รัก | สาม | เศร้า
เพื่อน
อาจจะดูเหมือนไม่มี อะไรที่แปรผัน อาจจะดูเหมื่อนทุกวันที่ผ่านมา แต่ความจริงแล้วข้างใน เริ่มจะเกิดปัญหา ให้เธอลองมองที่ตาแล้วจะเข้าใจ
ก็มันมีเรื่องราว เปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อน ความห่วงหาเอื้ออาทรไม่เหมือนเดิม ใช่มันจะน้อยลง แปลกตรงที่มันดันเพิ่ม ก่อตัวเกินกว่าเพื่อนจะคิดกัน
หากเธอนั้นได้รู้อะไรบางอย่าง ว่าคนที่เคยเคียงข้าง บางอย่างได้เปลี่ยนไป อยากจะรู้ว่าเธอรับได้หรือไม่ และฉันต้องทำยังไง เมื่อเพื่อนคนนี้เปลี่ยนไปเป็น รักเธอ

คุณค่าของงานศิลป์ อยู่ที่มุมมองของผู้เสพ อาจเป็นด้วยเพศ สติ ปัญญา ประสบการณ์ รวมถึงสันดาน และปูมหลัง ของคนนั้นๆ
และนี่คือ รัก|สาม|เศร้า ของกู
.............................................................................
นี่ไม่ใช่การรีวิวหนัง แต่เป็นไดอารี่ที่เขียนถึงหนังอิงถึงตัวเอง
เขียนถึงตัวเอง อิงถึงตัวหนัง เขียนถึงหนัง ในมุมมองของหนัง เขียนถึงตัวเอง ในมุมมองของความเศร้า โอ... ไดอารี่|แสน|เศร้า
เปล่า ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์สองสาวสามเศร้าแบบในหนัง แม้จะไม่ตรงกัน แต่ก็ไม่ถึงกับคนละขั้ว แค่คล้ายๆในบางจุด จะเหมือนกันก็แค่ สุดท้ายแล้วมันก็เศร้ากันทั้งสาม และก็เหลือแค่สองเศร้า ต่างกันแค่อีกคนที่หายไป มันไม่ได้ตาย
เรื่องราวในเรื่องเกี่ยวกับความรักระหว่างเพื่อนรักและรักเพื่อน เมื่อเพื่อนสนิทเป็นแฟนกับเพื่อนที่คุณรัก คุณจะทำอย่างไร. .
หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ของคนแอบรักเพื่อนได้เป็นอย่างดี อารมณ์คล้ายหนังเรื่อง เพื่อนสนิท ที่ดูไปก็คิดเรื่องราวของตัวเอง และยังเป็นหนังที่ทำออกมาในแนว O-Negative สุดยอดหนังขวัญใจของคนนับล้าน ที่เกิดทันได้ดู 555+
เคยได้ยินหลายครั้งหลายคน บอกไม่เชื่อว่ารักแบบนี้มันมีจริง รักที่มอบให้เพื่อน มอบให้แฟน ให้คนที่เรารักได้ทุกอย่าง
หากเพียงแค่ รักเป็น ก็จะรู้ว่า ความรัก เป็นมากกว่า การเป็นเจ้าของ มากกว่าการครอบครอง
รัก ...เพื่อนหนึ่งคนยินดีสละความสุขส่วนตัวเพื่อเห็นเพื่อนอีกคนมีความสุข รัก ...เพื่อนคนหนึ่งพร้อมทุ่มเททั้งชีวิต แก้ไขข้อผิดพลาดในชีวิตของเพื่อนอีกคนอย่างเต็มใจ รัก ...เพื่อนไม่สามารถจะมีความสุขได้เมื่อรู้ว่าเพื่อนอีกคนกำลังเป็นทุกข์
นอกจาก รักแฟน และ รักเพื่อน แล้ว บางตอนที่เป็นฉากสั้นๆที่หนังต้องการสื่อความรักในรูปแบบอื่น เช่น พ่อกับลูก รวมถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อนชาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดหรือสายตา เพียงแต่มันอยู่ระหว่างใจถึงใจ
เริ่มเรื่องด้วยการพรีเซนต์งานธีสิสของ ฟ้า น้ำ และพายุ ซึ่งเป็นการพรีเซนต์ด้วยก้นบึ้งจากใจของตัวละครทั้งสาม โดยมีประโยคเด็ดจากอาจารย์เป็นกุญแจสำคัญ ไขปริศนาแห่งรักในใจของทั้งสาม
"คุณจะลบความแข็งกระด้าง ลงได้ยังไง"
ฟ้า ออกแบบงานที่แข็งกระด้างตามสไตล์โมเดิร์น ทันสมัย แต่กลับใช้น้ำเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เปิดสัมผัสด้วยใจ นัยว่าถ้าพายุไม่มองความเป็นจริงด้วยตาเพียงอย่างเดียว แต่ลองฟังเสียงหัวใจของน้ำ พายุจะรู้ว่าน้ำแอบชอบอยู่ นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นความจริงที่ว่า ฟ้ารักน้ำ มากเพียงใด โดยตลอดทั้งเรื่องฟ้าจะมีน้ำอยู่รอบๆตลอดเวลา ทั้งกายและใจ ทั้งน้ำที่เป็นคนและน้ำที่เป็นธรรมชาติ
"ถ้ามีภัยธรรมชาติล่ะ"
น้ำ เขียนแบบงานออกมาแบบธรรมชาติ มีหน้าต่างให้ลมถ่ายเทได้สะดวกจากทุกทิศ นั่นคือ น้ำรักพายุ ลมก็คือพายุ รักทุกสิ่งที่เป็นพายุ และน้ำยังเป็นคนจริงใจ มั่นคง มีพลังในตัวเองเปรียบดั่งธรรมชาติ ที่สดใสอยู่ด้วยตัวเอง
โดย น้ำ ตอบคำถามอาจารย์ว่า ถ้าภัยธรรมชาติเข้ามาละ อย่างมีพายุ จะทำอย่างไง "ก็รีบปิดมันทุกบาน" นั่นคือ ถ้าเกิด พายุ ระแคะระคายเรื่องน้ำมีใจหรือรู้ว่า น้ำ รัก? จะทำอย่างไร ก็ปิดมันไว้ให้เร็วที่สุดไง คืออย่าให้เขารู้ว่าเรามีใจให้เขามากแค่ไหน รักแต่ไม่กล้าบอก
"ชอบดูท้องฟ้าตั้งแต่เมื่อไรวะ"
พายุ รัก ฟ้า พายุเปรียบภาพท้องฟ้าในหน้าต่างเป็นภาพที่มีราคาสูงแต่ไม่อาจสัมผัสได้ แม้จะชื่นชมว่าสวยงามเพียงใด แต่ก็มิอาจจะเอื้อมไปคว้ามาเชยชม รักมาก รักนาน แต่ก็ไม่คิดที่จะบอกให้ใครรู้ เป็นรักที่ไม่อาจเอื้อม เปรียบเหมือนเป็นนางในฝัน
แม้บางคนอาจจะมองว่า พายุ ไม่รัก ฟ้า จริง เพราะตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พายุมีแฟนมาแล้วหลายคน ไม่ได้เฝ้าคอยฟ้าคนเดียว นั่นอาจเป็นเพราะ ฟ้า คือนางในฝัน ที่ พายุ ไม่เชื่อว่าจะมีวันเป็นนางในชีวิตจริงได้ และไม่มีประโยชน์อันใดที่จะปิดกั้นตัวเอง
แต่สิ่งหนึ่งที่ พายุ กล้ายืนยันต่อทุกคน คือ แม้ว่าหญิงคนนั้นจะดีเลิศสักเพียงไหน พายุก็พร้อมที่จะบอกเลิกโดยไม่ลังเล หากเพียง ฟ้า ยินดีที่จะคบหากับ พายุ โดยไม่แคร์ว่าห้วงเวลาแห่งความสุขนั้นจะสั้นสักเพียงใด
คำตอบจากประสบการณ์ตรง ที่เจ็บปวดที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
ฟ้า น้ำ พายุ
น่าจะเป็นการเล่นคำที่ ฟ้า กับ น้ำ ล้วนแล้วแต่เป็นธรรมชาติที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน หากจะทำหนังที่เป็นรัก threesome (หุ หุ) ก็แค่เปลี่ยนชื่อ พายุ ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติให้เป็น วายุ เสีย มันก็คงจะแฮบปี้เอนดิ้งกันทุกฝ่าย
ฟ้า + น้ำ เป็นธรรมชาติ ที่มี พายุ เป็นภัยมาคุกคาม โดยที่ภัยนั้น มีส่วนเริ่มต้นมาจากธรรมชาติอย่าง ฟ้าและน้ำ เป็นตัวแปรสำคัญ
"มึงขอโทษกุทำไมมึงไม่ผิด พวกเราไม่มีใครผิด เรื่องนี้ไม่มีใครผิด"
น้ำพูดได้ดีมาก
ว่าแต่ว่ายาสองเม็ดนั้นมันยานอนหลับหรือยาคุม !?
- ฟ้าบอกพายุ ว่ายานอนหลับเพราะเห็นเป็นเรื่องของผู้หญิง - ฟ้าบอกน้ำ ว่ายานอนหลับเพราะไม่อยากพูดตรงๆ - น้ำ คิดว่าเป็นยานอนหลับจริงๆก็เลยกินเพื่อให้หายเครียด โดยไม่คิดว่าโดนครั้งเดียวแล้วจะท้องได้หรือไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักกับเซ็กซ์ครั้งเดียว - หรือ น้ำ คิดว่าเป็นยาคุมกำเนิดจริงๆ เพียงแต่เพื่อนไม่กล้าพูดตรงๆเพื่อไม่ให้ฉุกคิดถึงเอกอีกครั้ง - แต่ว่ายาคุมฉุกเฉินเค้าให้กินทีละเม็ดไม่ใช่กินสองเม็ดรวดแบบในหนัง หรือว่า น้ำ ไม่รู้เรื่องนี้?
บางที ความจริงแล้วมันเป็นแค่ยานอนหลับ ที่เด็กกลุ่มนี้กินไปโดยไม่แคร์เรื่องท้องหรือไม่ท้อง กินมันไป เพียงเพื่อจะลืมสิ่งที่ไม่อยากจำ อาจจะด้วยความไม่รู้เท่าทันในเรื่องเพศศึกษา ก็ตามแต่
หรือมันอาจจะเป็นยาคุมจริงๆ แต่ไม่มีการคุมกำเนิดชนิดใดๆที่จะควบคุมได้ 100% และนี่คือสิ่งที่ ต้อม ยุทธเลิศ นำเสนอไอเดียเพื่อตักเตือนผู้ชมทุกเพศทุกวัย

ติดใจอยู่อย่างนึง คือเรื่องว่าวที่ติดสายไฟฟน้าบ้าน น้ำ มันจะหมายถึงแบบนี้รึเปล่า...
คือ ว่าวอยากลอยขึ้นฟ้า แต่ติดน้ำอยู่ทำให้ลอยไปไม่ได้แม้จะมีลมพัดเข้ามาเป็นระยะๆ
หรือมันจะหมายถึง ว่าวนั้นติดอยู่บนที่สูง เปรียบเหมือนอยู่บนฟ้า กำลังรอคอยลมแรงๆ(พายุ)มาพัดพาไป แต่ น้ำ เป็นสาเหตุที่ทำให้ว่าวหนักและขาดมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกเรื่องคือ รถมินิ กับ เมย์ และประโยคที่ว่า "เอารถไปเก็บที่บ้านด้วยนะ" โคตรฮา ในหนัง เศร้า
ข้อเสียของหนังเรื่องนี้ ซึ่งจะบอกว่าเป็นข้อเสียก็คงไม่ถูกนัก แต่เป็นความอ่อนด้อยและความบกพร่องของผู้ชมเอง
คือมันเป็นผลงานชิ้นหนึ่งที่ผู้ชมผู้เสพ ต้องให้ความสนใจและเรียนรู้ชิ้นงานไปเรื่อยๆ ไม่แนะนำให้หลุดสมาธิหรือไขว้เขวไปทำสิ่งอื่นใด ด้วยวิธีการเล่าเรื่องของหนังที่ค่อนข้างเป็นไปทีละขั้นละตอน อาจทำให้คนดูที่จูนกับตัวละครไม่ติดรู้สึกเบื่อ
อาจจะถือเป็นเรื่องที่หนักหนาเกินไปสำหรับผุ้ชมบางกลุ่ม แต่ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ถือเป็นมารยาทขั้นพื้นฐาน ในการชมงานศิลป์แทบทุกชนิดบนโลก ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรือละครเวที ฯลฯ
รวบรวมข้อความที่ชอบจากในหนัง (เท่าที่จำได้)
- เออเนาะ เวลาแค่ 3 นาที ทำไมมันหายากจัง
- กูฟังเพลงไทย - กูเล่นเพลงไทย
- ถ้าคิดจะทำอะไรก็ให้รีบทำ เพราะเวลาของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน
- เมื่อคนที่เรารัก.... กลายเป็นคนรักของเพื่อน... ที่เรารักที่สุด เราควรจะดีใจสิ ไม่ใช่มาเสียใจกับความรัก หลบๆซ่อนๆ
- ไม่รู้ว่าจะทำให้มีความสุขหรือเปล่า แต่ไม่ทำให้ ทุกข์ มากขึ้น แน่นอน
- ไหน ไอ้สัดที่ไหนบอกว่า ถ้าอยากได้ใจใครก็ต้องให้ใจเค้าก่อนน่ะ แล้วนี่ 6ปีที่กูให้แม่งไป ไมกูไม่เห็นได้เหี้ยไรกลับมาเลยอ่ะ
- ฉลองโว้ย!!เพื่อนได้กันเอง
- ถ้าเราเป็นแฟนกัน...เราจะไม่ทำให้กันร้องไห้ใช่มั้ย
- พี่สัญญาว่า คราวหน้า พี่จะไม่ลืมซื้อคอนด้อม
- ไอฟ้าน่ะมันไม่เป็นไรหรอก แต่กูสิ ..เป็น
- แต่ก็เสือกเจอไง T_T
- กูอยากตัดใจจากมึง 

ความจริงแล้ว เพลง เพื่อน นี่ก็ไม่ได้ชอบอะไรหรอก เนื้อเพลงก็ดีนะ ตรงกับชีวิต ตรงกับหนัง ดีไปหมดทุกอย่าง
ติดตรงที่ว่า ก้อย หรือ น้ำ เค้าได้ร้องเอาไว้ในตอนจบของภาพยนตร์ ซึ่งร้องไว้ดีและกินใจมากๆ
ชอบมากกว่าเพลงที่ พันช์ ร้องซะอีก
แต่อีกเพลงนึงอย่างเพลง หาย ก็ดูจะเศร้าเกินไป เลยจำใจต้องเอาเพลง เพื่อน ในเวอร์ชั่นของพันช์ มาใส่ไดอารี่หน้านี้ ทั้งที่ชอบเพลง หาย มากกว่า

หาย
กลับมาที่ห้องเดิม เปิดเพลงซ้ำๆ เดิมๆ อยู่อย่างนั้น ภาพเราที่มีกัน ยังคงชัดเจน นั่งมองที่เตียงเก่า ยิ่งมองยิ่งเหงาจนใจเริ่มหวั่นไหว ภาพเธอข้างๆ กาย ไม่มีแล้วใจ
หาย
มันเหงาจนแทบจะทนไม่ไหว เมื่อฉันและเธอต้องไกล.. ความรักยังเต็มในใจ และแม้จะนานเพียงใด แต่ฉันก็ยังจะมีเพียงเธอ (แต่ฉันก็ยังจะมีเพียงใจ
)
เมื่อฉันและเธอต้องไกล. ความเหงามันเต็มในใจ และแม้จะนานเพียงใด แต่ฉันก็ยังจะมีเพียงเธอ
Klear
ดูหนัง อังคาร 16.45 sf รัตนาธิเบศน์ เริ่มเขียนไดอารี่ พุธ 23.00 เขียนเสร็จ พฤหัส 01.00
Posted on Thu 3 Jul 2008 10:39 |
|